ขั้นตอนการอยู่ไฟด้วยสมุนไพรสดตามตำรับโบราณ

2127 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ขั้นตอนการอยู่ไฟด้วยสมุนไพรสดตามตำรับโบราณ

ขั้นตอนการอยู่ไฟด้วยสมุนไพรสดตามตำรับโบราณ  สูตรของเรือนไทย อยู่ไฟ ดีลิเวอรี่

ขั้นตอนการอยู่ไฟด้วยสมุนไพรสดของ เรือนไทย อยู่ไฟ ดีลิเวอรี่
(บริการครบ 18 ขั้นตอนทุกวัน) ตามหลักการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข โดยมุ่งเน้นเพื่อสุขภาพ

  1. การตรวจเช็คร่างกาย
    เป็นการเตรียมพร้อมร่างกายก่อนการอยู่ไฟ รวมถึงการซักประวัติโรคประจำตัว ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ว่าไม่มีไข้ จึงจะสามารถทำการอยู่ไฟได้
  2. การอาบน้ำสมุนไพรสด
    การอาบน้ำจะประกอบไปด้วยสมุนไพรสดมากมาย เช่น ขมิ้น ไพล มะกรูด ตระไคร้ ใบมะขาม ใบส้มเสี้ยว ใบส้มป่อย ฯลฯ ความอุ่นของน้ำสมุนไพรจะช่วยให้รูขุมขนเปิด นับเป็นขั้นตอนการเปิดผิวเพื่อให้สมุนไพรสามารถซึมผ่านเข้าสู่ใต้ผิวหนัง คุณแม่จะรู้สึกสดชื่น อีกทั้งยังช่วยดับกลิ่นน้ำคาวปลา และช่วยขจัดสิ่งสกปรกตามร่างกาย
  3. การนึ่งหม้อเกลือ
    เป็นการใช้ความร้อนจากหม้อเกลือ (หม้อดินที่บรรจุเกลือเม็ด) ผ่านผิวหนังไปทีละชั้น เพื่อให้มดลูกแห้งและเข้าอู่เร็วยิ่งขึ้น ป้องกันอาการตกเลือด ช่วยในการขับน้ำคาวปลาและในขณะเดียวกันก็ขับของเสียออกมาตามรูขุมขน ช่วยสลายไขมันส่วนเกินและช่วยลดสัดส่วนเชิงกรานที่กว้างให้กลับเข้าที่ อีกทั้งการคลึงหม้อเกลือตามร่างกายยังช่วยลดอาการปวดเมื่อยได้
  4. การประคบหน้าท้องด้วยใบพลับพลึงสด
    ทำโดยการนำหม้อเกลือตั้งไฟและนำมาวางบนใบพลับพลึง แล้วห่อด้วยผ้า แล้วจึงนำมาวางตามจุดสำคัญทั่วร่างกายอย่างเบามือ แต่น้ำหนักต้องสม่ำเสมอ เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญทำเท่านั้น ซึ่งในสมัยโบราณเชื่อกันว่าในใบพลับพลึงสดมีตัวยาที่จะช่วยสลายเซลล์ลูไลท์ และช่วยลดไขมันส่วนเกินได้อีกด้วย ทั้งยังลดอาการปวดบวมอักเสบตามร่างกายด้วย
  5. การทายานึ่งหน้าท้องให้ยุบ
    เป็นการนำเอาสมุนไพรที่มีรสร้อนกว่า 10 ชนิดมาบดรวมกันแล้วใช้ร่วมกับน้ำกระสายยา ทาบริเวณหน้าท้องก่อนที่จะนึ่งหม้อเกลือและประคบอิฐ (ซึ่งในตัวสมุนไพรที่มีรสร้อนนี้จะไปทำหน้าที่เพิ่มความอบอุ่นเข้าสู่ร่างกาย และช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน จึงช่วยให้หน้าท้องยุบตัวค่ะ)
  6. การประคบอิฐหรือการทับอิฐ
    เป็นการดึงน้ำที่สะสมจากร่างกายให้ระเหยออกมา โดยการผ่านความร้อนจากอิฐ เพื่อช่วยให้น้ำคาวปลาเดินสะดวก ลดอาการอักเสบของมดลูกและลดอาการบวมน้ำ อีกทั้งยังช่วยเสริมในส่วนที่เป็นแนวระนาบที่การนึ่งหม้อเกลือเข้าไปไม่ถึง เพื่อทุกส่วนของร่างกายได้ระบายน้ำส่วนเกินออกมา
  7. การนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
    เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายเพื่อลดการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อ จากการอุ้มท้องนานถึง 9 เดือนของคุณแม่ อีกทั้งยังเป็นการนวดปรับธาตุเพื่อกระตุ้น การไหลเวียนโลหิตให้ เดินสะดวกมากยิ่งขึ้นด้วย โดยขั้นตอนนี้ นอกจากจะนวดทั้งตัวแล้วยังเน้นการนวดเฉพาะจุดด้วย ได้แก่
    • การนวดหน้ากดจุด
      เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า กระตุ้นให้เซลล์ต่าง ๆ ใต้ผิวหนังเกิดการตื่นตัว
    • การนวดศีรษะคลายเครียด
      เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ บริเวณต้นคอ ไหล่ บ่า และฐานกะโหลก
    • การนวดดึงผม
      เป็นการนวดให้รูขุมขนบริเวณศรีษะเปิด เพื่อขับของเสียออก ทั้งนี้เป็นการช่วยลดอาการปวดศีรษะและไมเกรน
    • การนวดฝ่าเท้า
      เป็นการนวดผ่อนคลายการเกร็งของกล้ามเนื้อเท้า ที่เมื่อยล้าจากการแบกรับน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นมายาวนาน
  8. การประคบหน้าอก
    เป็นการประคบบริเวณต่อมท่อน้ำนมเพื่อกระตุ้นน้ำนมให้มามากขึ้น อีกทั้งเป็นการกระชับทรวงอกไม่ให้หย่อนคล้อย
  9. การประคบตัวด้วยสมุนไพรสด
    เป็นการนำลูกประคบสมุนไพรสด นำไปนึ่งก่อน แล้วจึงประคบตามบริเวณกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพื่อลดอาการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อจากการอุ้มท้อง บรรเทาอาการปวดเมื่อย
  10. การนวดตัวด้วยน้ำมันงาดิบบริสุทธิ์
    เป็นการนวดคลายกล้ามเนื้อ กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ทั้งนี้ยังช่วยขับของเสียที่ตกค้างภายในให้ออกสู่นอกร่างกาย ช่วยลดอาการเส้นเลือดขอด อาการบวม ตามตำราอายุรเวทน้ำมันงาดิบบริสุทธิ์ ช่วยในการบำรุงผิวพรรณ เนื้อเยื่อ เส้นประสาท และกระดูก อีกทั้งเป็นน้ำมันชนิดเดียวเท่านั้น ที่สามารถซึมสู่ผิวหนังได้ทุกชั้นจึงสามารถลดริ้วรอยจากภายในสู่ภายนอก จากการแตกลายของหน้าท้องได้ และเป็นน้ำมันที่มีวิตามิน E สูงมาก จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
  11. การนวดสลายเซลลูไลซ์
    เป็นการนวดลักษณะเฉพาะด้านบริเวณต้นแขน ต้นขา สะโพก และบริเวณส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่มีการก่อตัวในลักษณะของผิวส้ม เพื่อกระชับกล้ามเนื้อ เป็นการนวดผสมผสานกันในระหว่างการนวดน้ำมัน
  12. การนั่งอิฐ-นั่งถ่าน (สำหรับคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติเท่านั้น)
    เป็นการช่วยสมานแผลบริเวณฝีเย็บให้หาย และแห้งสนิทไวยิ่งขึ้น โดยจะใช้การเผาไหม้สมุนไพรให้เกิดควันอุ่น ๆ มากระทบบริเวณฝีเย็บ ช่วยให้มดลูกแห้งและเข้าอู่เร็ว ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อช่องคลอด ให้คืนสภาพแข็งแรงและยืดหยุ่นดีขึ้น
  13. การรมตา
    เป็นการอังดวงตาด้วยสมุนไพร ก่อนเข้ากระโจมอบสมุนไพร ซึ่งตัวสมุนจะช่วยบำรุงสายตาและระบบประสาทส่วนบน ช่วยให้ดวงตาสดใส ยืดอายุการใช้งานของดวงตา ลดอาการตาพร่ามัว และช่วยลดอาการตาฝ้าฟางได้ในยามที่เราอายุมากขึ้น
  14. การเข้ากระโจมอบตัวด้วยสมุนไพรสด
    เป็นการขับของเสียออกจากร่างกายทางเหงื่อ ไอความร้อนของสมุนไพรหลายชนิด ที่มีสรรพคุณทางการดูแลสุขภาพคุณแม่จะช่วยให้รูขุมขนเปิด ปอดและหลอดเลือดฝอยจะขยายตัว การหายใจจะสะดวกขึ้น การไหลเวียนโลหิตจะดีขึ้น ผิวพรรณสดใส กล้ามเนื้อจะผ่อนคลายและไขมันที่สะสมไว้ ขณะตั้งครรภ์ก็จะลดลงด้วย อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นน้ำนมให้มามากขึ้นอีกด้วย อีกทั้งกลิ่นหอมของสมุนไพรยังช่วยให้สดชื่นอีกด้วยค่ะ
  15. การขัดผิวด้วยเกลือสมุนไพร
    เป็นการช่วยผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว ให้หลุดลอกออกไปเพื่อให้เซลล์ผิวใหม่ได้เกิดมาแทนที่ เป็นการขัดคราบไคลดำตามซอกคอ ซอกรักแร้ ขาหนีบ ฯลฯ อันเกิดจากฮอร์โมนของร่างกายในระหว่างตั้งครรภ์ การขัดจะช่วยให้คราบไคล รอยด่างดำเหล่านั้นหลุดลอกได้เร็วกว่า การที่จะรอให้กลไกของร่างกายเป็นตัวขับเอง
  16. การทำความสะอาดผิวและล้างผิวด้วยน้ำสมุนไพร
    เป็นการทำความสะอาดผิว หลังจากคุณแม่อบสมุนไพรเรียบร้อยแล้ว ซึ่งช่วยในเรื่องการขับกลิ่นคาวปลา ขจัดคราบไคล และช่วยเปิดรูขุมขนเพื่อให้สมุนไพรสามารถซึมผ่านไปได้ ทำให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง
  17. การดื่มน้ำสมุนไพร
    น้ำขิงอุ่นๆ ช่วยปรับความสมดุลของร่างกายให้กลับสู่สภาวะปกติ กระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตให้เดินสะดวกช่วยบำรุงน้ำนม และรักษาอุณหภูมิในร่างกาย และยังมีคุณสมบัติช่วยขับลม ขับน้ำนมให้ไหลออกดียิ่งขึ้น
  18. การคาดไฟชุดตำหรับหลวง
    ช่วยแก้อาการสะบัดร้อนสะบัดหนาว แก้อาการหนาวสะท้าน แก้อาการตะคริว อีกทั้งเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องยังสามารถช่วยลดหน้าท้องได้ด้วย (ขณะใช้ไฟชุดสามารถปฏิบัติภารกิจประจำวันได้ด้วยค่ะ)

Powered by MakeWebEasy.com